Skip to main content
Search

ในการดำเนินงานของบริษัทฯ ตามข้อบังคับของบริษัทฯ กำหนดให้มีคณะกรรมการบริษัท (Board of Directors) ซึ่งประกอบด้วยกรรมการไม่น้อยกว่า 5 คน โดยกรรมการไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดจะต้องมีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย และในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปีทุกครั้ง ให้กรรมการออกจากตำแหน่งจำนวนหนึ่งในสามเป็นอัตรา ถ้าจำนวนกรรมการจะแบ่งออกให้ตรงเป็นสามส่วนไม่ได้ ก็ให้ออกโดยจำนวนที่ใกล้ที่สุดกับส่วนหนึ่งในสาม ทั้งนี้ กรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งอาจได้รับเลือกให้กลับเข้ามารับตำแหน่งอีกได้

คณะกรรมการบริษัทประกอบด้วยบุคคลที่มีคุณสมบัติและประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องที่จะช่วยในการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ โดยรายชื่อคณะกรรมการบริษัทซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2560 มีดังนี้

ชื่อ ตำแหน่ง
นายเจเรมี โรเบิร์ต ออสเตอร์สต๊อก ประธานกรรมการ
นายชัย แจ้งศิริกุล กรรมการ
นายมงคลนิมิตร เอื้อเชิดกุล กรรมการ /กรรมการประเมินผลงาน
นายยอดพงศ์ สุตธรรม กรรมการ
นางราตรีมณี ภาษีผล กรรมการ
นายสุชาติ โพธิ์วัฒนะ-เสถียร กรรมการ
นายสมชาย พูลสวัสดิ์ กรรมการอิสระ
นายวัฒนา จันทรศร กรรมการอิสระ /กรรมการประเมินผลงาน
นายสมภพ อมาตยกุล กรรมการอิสระ / ประธานคณะกรรมการตรวจสอบ
นายสมิทธิ์ เทียมประเสริฐ กรรมการอิสระ / ประธานคณะกรรมการประเมินผลงาน / กรรมการตรวจสอบ
นางวัธนี พรรณเชษฐ์ กรรมการอิสระ / กรรมการตรวจสอบ

ขอบเขตอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัท

คณะกรรมการบริษัทมีอำนาจหน้าที่ในการดำเนินกิจการของบริษัทฯ โดยเป็นไปตามนโยบาย วัตถุประสงค์ ข้อบังคับบริษัทฯ มติของคณะกรรมการและผู้ถือหุ้น และกฎหมายที่บังคับใช้ รวมไปถึงการบริหารจัดการให้ความเห็นชอบในเรื่องที่สำคัญเกี่ยวกับการดำเนินงานของบริษัทฯ และกำกับดูแลกิจการให้เป็นไปตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี ตลอดจนยึดมั่นในหลักการสำคัญ ดังนี้

  1. การปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสามารถ เพื่อให้เกิดมูลค่าแก่ธุรกิจในระยะยาว และการบริหารงานด้วยความรอบคอบ ระมัดระวัง มิให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์
  2. การดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส โดยมีการเปิดเผยข้อมูลที่เพียงพอต่อบุคคลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
  3. การดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงระบบการควบคุม และการบริหารจัดการความเสี่ยงที่เหมาะสม
  4. กำหนดแนวทางการปฏิบัติตามมาตรฐานในการดำเนินธุรกิจที่เหมาะสม สำหรับกรรมการ ผู้บริหารและพนักงานได้ยึดถือปฏิบัติ คณะกรรมการบริษัทจะจัดทำรายงานประจำปีของคณะกรรมการเกี่ยวกับกิจกรรม และผลประกอบการทางการเงินของบริษัทฯ เพื่อเสนอให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นตรวจสอบ

คณะผู้บริหาร

ชื่อ ตำแหน่ง
นายเจเรมี โรเบิร์ต ออสเตอร์สต๊อก ประธานกรรมการ และกรรมการผู้จัดการ
นายชัย แจ้งศิริกุล กรรมการ และผู้จัดการบัญชี
นายมงคลนิมิตร เอื้อเชิดกุล กรรมการ และผู้จัดการฝ่ายกิจกรรมองค์กรและรัฐกิจสัมพันธ์
นายยอดพงศ์ สุตธรรม กรรมการ และผู้จัดการการตลาดขายปลีก
นายสุชาติ โพธิ์วัฒนะ-เสถียร(2) กรรมการ และผู้จัดการโรงกลั่น
นางราตรีมณี ภาษีผล กรรมการ และผู้จัดการการเงินและภาษี
นายวันชัย วิจักรชน (1) ผู้จัดการขายส่งน้ำมันเชื้อเพลิงและก๊าซแอลพีจี
นายวรธรรม ตั้งอิทธิพลากร ผู้จัดการส่วนปฏิบัติการน้ำมันแห่งประเทศไทย
นางสายฤดี สุชาโต ผู้จัดการฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์และวางแผน

(1) นาย วันชัย วิจักรชนได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้บริหาร โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2560

(2) นายสุชาติ โพธิ์วัฒนะ-เสถียร ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้จัดการโรงกลั่น โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2560

ขอบเขตอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการผู้จัดการ

กรรมการผู้จัดการมีอำนาจหน้าที่เต็มในการดำเนินกิจการของบริษัทฯ โดยเป็นไปตามนโยบาย วัตถุประสงค์ ข้อบังคับของบริษัทฯ มติของคณะกรรมการและผู้ถือหุ้น ตลอดจนกฎหมายที่ใช้บังคับ ทั้งนี้ กรรมการผู้จัดการ จะต้องไม่ใช้อำนาจหน้าที่ของตนในกรณีที่ตนเองอาจมีส่วนได้เสีย หรืออาจมีผลประโยชน์ขัดแย้งอื่นใดกับบริษัทฯ ในกรณีที่กรรมการผู้จัดการมอบอำนาจให้บุคคลอื่นกระทำการแทนตนเอง ขอบเขตการมอบอำนาจของบุคคลดังกล่าวนั้น จะต้องไม่รวมถึงการอนุมัติให้ทำรายการที่ผู้รับมอบอำนาจมีส่วนได้เสีย หรืออาจมีผลประโยชน์ขัดแย้งอื่นใดกับบริษัทฯ

คณะกรรมการตรวจสอบ

รายชื่อคณะกรรมการตรวจสอบซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากคณะกรรมการบริษัทให้กลับเข้าดำรงตำแหน่งต่อไปอีกวาระหนึ่งโดยมีผลตั้งแต่วันที่ 19 ตุลาคม 2558 มีดังนี้

ชื่อ ตำแหน่ง
นายสมภพ อมาตยกุล กรรมการอิสระ / ประธานคณะกรรมการตรวจสอบ
นายสมิทธิ์ เทียมประเสริฐ กรรมการอิสระ / กรรมการตรวจสอบ
นางวัธนี พรรณเชษฐ์ กรรมการอิสระ / กรรมการตรวจสอบ (เป็นกรรมการผู้มีความรู้ด้านบัญชีและการเงิน)

นายชัย แจ้งศิริกุล เป็นเลขานุการคณะกรรมการตรวจสอบ และนางสาวชานิสรา รุ่งสิริจรัสทอง เป็นผู้ประสานงานคณะกรรมการตรวจสอบแทนนายอาทิตย์ ปิยะอิศรากุล โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 5 พฤศจิกายน 2558

ขอบเขตอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการตรวจสอบ

ขอบเขตอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการตรวจสอบมีดังต่อไปนี้

  1. สอบทานให้บริษัทฯ มีการรายงานทางการเงินอย่างถูกต้องและเพียงพอ
  2. สอบทานให้บริษัทฯ มีระบบการควบคุมภายใน (internal control) และการตรวจสอบภายใน (Internal audit) ที่เหมาะสมและมีประสิทธิผล และพิจารณาความเป็นอิสระของหน่วยงานตรวจสอบภายใน ตลอดจนให้ความเห็นชอบในการแต่งตั้ง โยกย้าย และถอดถอนหัวหน้าหน่วยงานตรวจสอบภายในหรือหน่วยงานอื่นใดที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการตรวจสอบภายใน
  3. สอบทานให้บริษัทฯ ปฎิบัติตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์ และกฎหมายที่เกียวข้องกับธุรกิจของบริษัทฯ
  4. พิจารณา คัดเลือก เสนอแต่งตั้งบุคคลซึ่งมีความอิสระเพื่อทำหน้าที่เป็นผู้สอบบัญชีภายนอกของบริษัทฯ และเสนอค่าตอบแทนของบุคคลดังกล่าว รวมทั้งเข้าร่วมประชุมกับผู้สอบบัญชีภายนอกโดยไม่มีฝ่ายจัดการเข้าร่วมประชุมด้วยอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
  5. พิจารณารายการที่เกี่ยวโยงหรือรายการที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ให้เป็นไปตามกฎหมายและข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์ ทั้งนี้ เพื่อให้มั่นใจว่ารายการดังกล่าวสมเหตุสมผลและเป็นประโยชน์สูงสุดต่อบริษัทฯ
  6. จัดทำรายงานของคณะกรรมการตรวจสอบโดยเปิดเผยไว้ในรายงานประจำปีของบริษัทฯ ซึ่งรายงานดังกล่าวต้องลงนามโดยประธานคณะกรรมการตวจสอบ และต้องประกอบด้วยข้อมูลอย่างน้อย ดังต่อไปนี้
    • (ก) ความเห็นเกี่ยวกับความถูกต้อง ครบถ้วน เป็นที่เชื่อถือได้ของรายงานทางการเงินของบริษัทฯ
    • (ข) ความเห็นเกี่ยวกับความเพียงพอของระบบควบคุมภายในของบริษัทฯ
    • (ค) ความเห็นเกี่ยวกับการปฎิบัติตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์หรือกฎหมายที่เกียวข้องกับธุรกิจของบริษัทฯ
    • (ง) ความเห็นเกี่ยวกับความเหมาะสมของผู้สอบบัญชี
    • (จ) ความเห็นเกี่ยวกับรายการที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (ถ้ามี)
    • (ฉ) จำนวนการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบ และการเข้าร่วมประชุมของกรรมการตรวจสอบแต่ละท่าน
    • (ช) ความเห็นหรือข้อสังเกตโดยรวมที่คณะกรรมการตรวจสอบได้รับจากการปฎิบัติหน้าที่ตามกฎบัตร (charter) และ
    • (ซ) รายการอื่นที่เห็นว่าผู้ถือหุ้นและผู้ลงทุนทั่วไปควรทราบภายใต้ขอบเขตหน้าที่และความรับผิดชอบที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริษัท
  7. ปฎิบัติการอื่นใดตามที่คณะกรรมการบริษัทมอบหมาย ด้วยความเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจสอบ
  8. รายงานต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่อปรับปรุงแก้ไขภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการตรวจสอบเห็นสมควร หากคณะกรรมการตรวจสอบพบหรือมีข้อสงสัยว่ามีรายการหรือการกระทำดังต่อไปนี้ซึ่งอาจมีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัทฯ
    • (ก) รายการที่เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์
    • (ข) การทุจริตหรือมีสิ่งผิดปกติหรือมีความบกพร่องที่สำคัญในระบบควบคุมภายใน
    • (ค) การฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัทฯ
  9. เมื่อคณะกรรมการตรวจสอบได้รับแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้สอบบัญชีภายนอกของบริษัทฯ ถึงพฤติการณ์อันควรสงสัยว่ากรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของบุคคลดังกล่าวได้กระทำความผิดตามที่กฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องระบุไว้ ให้คณะกรรมการตรวจสอบดำเนินการสอบทานโดยไม่ชักช้า และหากพบว่าพฤติการณ์ดังกล่าวน่าสงสัยตามที่ผู้สอบบัญชีแจ้ง ให้รายงานผลการสอบทานดังกล่าวไปยังคณะกรรมการบริษัทเพื่อให้คณะกรรมการบริษัทรายงานผลการสอบทานดังกล่าวต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และ/หรือผู้สอบบัญชีภายนอก หรือรายงานต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และ/หรือผู้สอบบัญชีภายนอกตามที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์กำหนดภายในสามสิบวัน
Close