Skip to main content
Search

ในการดำเนินงานของบริษัทฯ ตามข้อบังคับของบริษัทฯ กำหนดให้มีคณะกรรมการบริษัท (Board of Directors) ซึ่งประกอบด้วยกรรมการไม่น้อยกว่า 5 คน โดยกรรมการไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดจะต้องมีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย และในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปีทุกครั้ง ให้กรรมการออกจากตำแหน่งจำนวนหนึ่งในสามเป็นอัตรา ถ้าจำนวนกรรมการจะแบ่งออกให้ตรงเป็นสามส่วนไม่ได้ ก็ให้ออกโดยจำนวนใกล้ที่สุดกับส่วนหนึ่งในสาม ทั้งนี้ กรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งอาจได้รับเลือกให้กลับเข้ามารับตำแหน่งอีกได้

คณะกรรมการบริษัทประกอบด้วยบุคคลที่มีคุณสมบัติและประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องที่จะช่วยในการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ โดยรายชื่อคณะกรรมการบริษัทซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 4 กันยายน 2561 มีดังนี้

ชื่อ ตำแหน่ง
นายเจเรมี โรเบิร์ต ออสเตอร์สต๊อก ประธานกรรมการ
นางพัชรา สังขพันธ์(1) กรรมการ
นายทวีศักดิ์ บรรลือสินธุ์(2) กรรมการ / กรรมการประเมินผลงาน
นายมาโนช มั่นจิตจันทรา กรรมการ
นายสุชาติ โพธิ์วัฒนะเสถียร กรรมการ
นางสาวปาจรีย์ มีกังวาล กรรมการ
นางราตรีมณี ภาษีผล กรรมการ
นายบุญทักษ์ หวังเจริญ(3) กรรมการ
นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล กรรมการอิสระ
นายวัฒนา จันทรศร กรรมการอิสระ / ประธานคณะกรรมการตรวจสอบ
นางสาวประจิต หาวัตร กรรมการอิสระ / กรรมการตรวจสอบ
นายสมิทธิ์ เทียมประเสริฐ กรรมการอิสระ / ประธานคณะกรรมการประเมินผลงาน / กรรมการตรวจสอบ

นางอังสนา พิเรนทร เป็นเลขานุการบริษัท

(1) นางพัชรา สังขพันธ์ ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการแทนนายชัย แจ้งศิริกุล โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 8 มิถุนายน 2561

(2) นายทวีศักดิ์ บรรลือสินธุ์ ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการแทนนายมงคลนิมิตร เอื้อเชิดกุล โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 9 มิถุนายน 2561

(3) นายบุญทักษ์ หวังเจริญ ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการแทนนางวัธนี พรรณเชษฐ์ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 4 กันยายน 2561

ขอบเขตอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัท

คณะกรรมการบริษัทมีอำนาจหน้าที่ในการดำเนินกิจการของบริษัทฯ โดยเป็นไปตามนโยบาย วัตถุประสงค์ ข้อบังคับของบริษัทฯ มติของคณะกรรมการและผู้ถือหุ้น และกฎหมายที่ใช้บังคับ รวมไปถึงการบริหารจัดการให้ความเห็นชอบในเรื่องที่สำคัญเกี่ยวกับการดำเนินงานของบริษัทฯ และกำกับดูแลกิจการให้เป็นไปตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี ตลอดจนยึดมั่นในหลักการสำคัญ ดังนี้

  1. การปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสามารถ เพื่อให้เกิดมูลค่าแก่ธุรกิจในระยะยาว และการบริหารงานด้วยความรอบคอบ ระมัดระวังมิให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์
  2. สนับสนุนการกำกับดูแลกิจการให้นำไปสู่ผลสำเร็จตามเป้าหมายหลักและควบคุมตรวจสอบ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าแผนดำเนินธุรกิจและกลยุทธ์ สอดคล้องกับเป้าหมายระยะยาว โดยนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้สนับสนุนเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน
  3. การดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส โดยมีการเปิดเผยข้อมูลที่เพียงพอต่อบุคคลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
  4. การดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงระบบการควบคุม และการบริหารจัดการความเสี่ยงที่เหมาะสม
  5. กำหนดแนวทางปฏิบัติตามมาตรฐานในการดำเนินธุรกิจที่เหมาะสม สำหรับกรรมการ ผู้บริหารและพนักงานได้ยึดถือปฏิบัติ
  6. มีการควบคุมและตรวจสอบความเพียงพอต่อสภาพคล่องทางการเงินและความสามารถในการชำระหนี้ของบริษัทฯ รวมไปถึงการหากลไกที่จะสามารถกอบกู้ฐานะการดำเนินงานได้ ในกรณีกิจการประสบปัญหาทางการเงิน

คณะกรรมการบริษัทจะจัดทำรายงานประจำปีของคณะกรรมการเกี่ยวกับกิจกรรม
และผลประกอบการทางการเงินของบริษัทฯ เพื่อเสนอให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นตรวจสอบ

คณะผู้บริหาร

รายชื่อคณะผู้บริหารของบริษัทฯ ณ วันที่ 1 กรกฎาคม 2561 มีดังนี้

ชื่อ ตำแหน่ง
นายเจเรมี โรเบิร์ต ออสเตอร์สต๊อก ประธานกรรมการ และกรรมการผู้จัดการ
นางพัชรา สังขพันธ์(1) กรรมการ และผู้จัดการบัญชี
นายทวีศักดิ์ บรรลือสินธุ์(2) กรรมการ และผู้จัดการฝ่ายกิจกรรมองค์กรและรัฐกิจสัมพันธ์
นายมาโนช มั่นจิตจันทรา กรรมการ และผู้จัดการการตลาดขายปลีก
นายสุชาติ โพธิ์วัฒนะเสถียร กรรมการ และผู้จัดการโรงกลั่น
นางราตรีมณี ภาษีผล กรรมการ และผู้จัดการการเงินและภาษี
นายวันชัย วิจักรชน ผู้จัดการฝ่ายขายธุรกิจน้ำมันเชื้อเพลิงและขายส่ง
นายวรธรรม ตั้งอิทธิพลากร ผู้จัดการส่วนปฏิบัติการน้ำมันแห่งประเทศไทย
นางจุฑารัตน์ วารีชื่นสุข(2) ผู้จัดการนักลงทุนสัมพันธ์และวางแผน

(1) เป็นผู้บริหาร โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2561

(2) เป็นผู้บริหาร โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2561

ขอบเขตอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบของกรรมการผู้จัดการ

กรรมการผู้จัดการมีอำนาจหน้าที่เต็มในการดำเนินกิจการของบริษัทฯ โดยเป็นไปตามนโยบาย วัตถุประสงค์ ข้อบังคับของบริษัทฯ มติของคณะกรรมการและผู้ถือหุ้น ตลอดจนกฎหมายที่ใช้บังคับ ทั้งนี้ กรรมการผู้จัดการจะต้องไม่ใช้อำนาจหน้าที่ของตนในกรณีที่ตนเองอาจมีส่วนได้เสีย หรืออาจมีผลประโยชน์ขัดแย้งอื่นใดกับบริษัทฯ ในกรณีที่กรรมการผู้จัดการมอบอำนาจให้บุคคลอื่นกระทำการแทนตนเอง ขอบเขตการมอบอำนาจของบุคคลดังกล่าวนั้น จะต้องไม่รวมถึงการอนุมัติให้ทำรายการที่ผู้รับมอบอำนาจอาจมีส่วนได้เสีย หรืออาจมีผลประโยชน์ขัดแย้งอื่นใดกับบริษัทฯ

คณะกรรมการตรวจสอบ

คณะกรรมการตรวจสอบ (Audit Committee) ได้รับการแต่งตั้งจากคณะกรรมการ ซึ่งประกอบด้วยกรรมการอิสระที่มีคุณสมบัติตามที่กำหนดไว้ในประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และประกาศตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ทั้งนี้ประธานคณะกรรมการตรวจสอบ
และกรรมการตรวจสอบจะดำรงตำแหน่งวาระละ 3 ปี ภายใต้เงื่อนไขที่ว่า กรรมการดังกล่าวจะต้องมีคุณสมบัติของกรรมการตรวจสอบตามที่กำหนด และยังคงดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการของบริษัทฯ

รายชื่อคณะกรรมการตรวจสอบซึ่งได้รับการเลือกตั้งจากคณะกรรมการบริษัทให้กลับเข้าดำรงตำแหน่งต่อไปหรือได้รับการเลือกตั้งใหม่ (แล้วแต่กรณี) อีก 3 ปี โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 19 ตุลาคม 2560 มีดังนี้

ชื่อ ตำแหน่ง
นายวัฒนา จันทรศร กรรมการอิสระ / ประธานคณะกรรมการตรวจสอบ
นายสมิทธิ์ เทียมประเสริฐ กรรมการอิสระ / กรรมการตรวจสอบ
นางสาวประจิต หาวัตร กรรมการอิสระ / กรรมการตรวจสอบ (เป็นกรรมการผู้มีความรู้ด้านการบัญชีและการเงิน)

กำลังอยู่ระหว่างแต่งตั้งเลขานุการคณะกรรมการตรวจสอบ และนางสาวชานิสรา รุ่งสิริจรัสทอง เป็นผู้ประสานงานคณะกรรมการตรวจสอบ

ขอบเขตอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการตรวจสอบ

ขอบเขตอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการตรวจสอบ มีดังต่อไปนี้

  1. สอบทานให้บริษัทฯ มีการรายงานทางการเงินอย่างถูกต้องและเพียงพอ
  2. สอบทานให้บริษัทฯ มีระบบการควบคุมภายใน (Internal Control) และการตรวจสอบภายใน (Internal Audit) ที่เหมาะสมและมีประสิทธิผล และพิจารณาความเป็นอิสระของหน่วยงานตรวจสอบภายใน ตลอดจนให้ความเห็นชอบในการแต่งตั้ง โยกย้ายและถอดถอนหัวหน้าหน่วยงานตรวจสอบภายใน หรือหน่วยงานอื่นใดที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการตรวจสอบภายใน
  3. สอบทานให้บริษัทฯ ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์ฯ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัทฯ
  4. พิจารณา คัดเลือก เสนอแต่งตั้งบุคคลซึ่งมีความอิสระ เพื่อทำหน้าที่เป็นผู้สอบบัญชีภายนอกของบริษัทฯ และเสนอค่าตอบแทนของบุคคลดังกล่าว รวมทั้งเข้าร่วมประชุมกับผู้สอบบัญชีภายนอก โดยไม่มีฝ่ายจัดการเข้าร่วมประชุมด้วยอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
  5. พิจารณารายการที่เกี่ยวโยง หรือรายการที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ ให้เป็นไปตามกฎหมายและข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์ฯ ทั้งนี้ เพื่อให้มั่นใจว่ารายการดังกล่าวสมเหตุสมผลและเป็นประโยชน์สูงสุดต่อบริษัทฯ
  6. จัดทำรายงานของคณะกรรมการตรวจสอบ โดยเปิดเผยข้อมูลในรายงานประจำปีของบริษัทฯ ซึ่งรายงานดังกล่าวต้องลงนามโดยประธานคณะกรรมการตรวจสอบ และต้องประกอบด้วยข้อมูลอย่างน้อย ดังต่อไปนี้
    • (ก) ความเห็นเกี่ยวกับความถูกต้อง ครบถ้วน เป็นที่เชื่อถือได้ของรายงานการเงินของบริษัทฯ
    • (ข) ความเห็นเกี่ยวกับความเพียงพอของระบบควบคุมภายในของบริษัทฯ
    • (ค) ความเห็นเกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์ฯ หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัทฯ
    • (ง) ความเห็นเกี่ยวกับความเหมาะสมของผู้สอบบัญชี
    • (จ) ความเห็นเกี่ยวกับรายการที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (ถ้ามี)
    • (ฉ) จำนวนการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบ และการเข้าร่วมประชุมของกรรมการตรวจสอบแต่ละท่าน
    • (ช) ความเห็น หรือข้อสังเกตโดยรวมที่คณะกรรมการตรวจสอบได้รับจากการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎบัตร (charter) และ
    • (ซ) รายการอื่นที่เห็นว่า ผู้ถือหุ้นและผู้ลงทุนทั่วไปควรทราบ ภายใต้ขอบเขตหน้าที่และความรับผิดชอบที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริษัท
  7. ปฏิบัติการอื่นใดตามที่คณะกรรมการบริษัทมอบหมาย ด้วยความเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจสอบ
  8. รายงานต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่อปรับปรุงแก้ไขภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการตรวจสอบเห็นสมควร หากคณะกรรมการตรวจสอบพบหรือมีข้อสงสัยว่า มีรายการ หรือการกระทำดังต่อไปนี้ ซึ่งอาจมีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัทฯ
    • (ก) รายการที่เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์
    • (ข) การทุจริต หรือมีสิ่งผิดปกติ หรือมีความบกพร่องที่สำคัญในระบบควบคุมภายใน
    • (ค) การฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์ฯ หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัทฯ
  9. เมื่อคณะกรรมการตรวจสอบได้รับแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้สอบบัญชีภายนอกของบริษัทฯ ถึงพฤติการณ์อันควรสงสัยว่ากรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานดังกล่าว ได้กระทำความผิดตามที่กฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องระบุไว้ ให้คณะกรรมการตรวจสอบดำเนินการสอบทานโดยไม่ชักช้า และหากพบว่า พฤติการณ์ดังกล่าวน่าสงสัยตามที่ผู้สอบบัญชีแจ้ง ให้รายงานผลการสอบทานดังกล่าวไปยังคณะกรรมการบริษัท เพื่อให้คณะกรรมการบริษัทรายงานผลการสอบทานดังกล่าวต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และ/หรือผู้สอบบัญชีภายนอกหรือรายงานต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และ/หรือผู้สอบบัญชีภายนอกตามที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์กำหนดภายในสามสิบวัน
Close